WA Notify แอปแจ้งเตือนการสัมผัสสำหรับสมาร์ทโฟน

WA Notify (หรือการแจ้งเตือนผู้มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อในรัฐวอชิงตัน) เป็นเครื่องมือแบบไม่มีค่าใช้จ่ายที่คุณสามารถเพิ่มไว้ในสมาร์ทโฟนของคุณให้แจ้งเตือนผู้ใช้หากมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ COVID-19 ระบบรักษาความเป็นส่วนตัวอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีการเก็บหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคล และไม่มีการติดตามข้อมูลการเดินทางของคุณ

จะเพิ่มแอป WA Notify ในโทรศัพท์ได้อย่างไร

Apple logo

สำหรับ iPhone ให้เปิดใช้งานการแจ้งเตือนผู้มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อที่การตั้งค่า:

  • ไปที่ Settings (การตั้งค่า)
  • เลื่อนลงมาที่ Exposure Notifications
  • คลิก “Turn On Exposure Notifications” (เปิดระบบแจ้งเตือนผู้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ)
  • เลือก United States (สหรัฐอเมริกา)
  • เลือก Washington (วอชิงตัน)
Android logo

สำหรับโทรศัพท์ Android:

สำหรับ Android หรือ iPhone ให้สแกน QR โค้ดหรือเพิ่ม WA Notify ลงในโทรศัพท์ของคุณหากใช้อุปกรณ์พกพา

WA Notify QR code

เครื่องมือนี้ทำงานอย่างไร

เมื่อเปิดใช้งาน WA Notify โทรศัพท์ของคุณจะแลกเปลี่ยนรหัสแบบสุ่มโดยไม่เปิดเผยตัวตนกับโทรศัพท์ของบุคคลอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้คุณซึ่งเปิดใช้งาน WA Notify ไว้เช่นกัน ระบบนี้ใช้เทคโนโลยีบลูทูธพลังงานต่ำที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวในการแลกเปลี่ยนรหัสแบบสุ่มเหล่านี้ โดยไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับตัวคุณ หากผู้ใช้งาน WA Notify ที่คุณเพิ่งเข้าใกล้มีผลการตรวจหาเชื้อ COVID-19 เป็นบวกในเวลาต่อมาและทำตามขั้นตอนเพื่อแจ้งผู้อื่นโดยไม่ระบุชื่อ คุณจะได้รับการแจ้งเตือน วิธีนี้จะทำให้คุณได้รับการดูแลรักษาที่จำเป็นโดยเร็ว และช่วยป้องกันไม่ให้คุณแพร่เชื้อ COVID-19 ไปยังผู้คนที่อยู่รอบข้าง

อัลกอริทึมจะคำนวณเพื่อระบุเหตุการณ์ที่อาจเกิดการแพร่เชื้อโควิด-19 จากผู้ที่อยู่ในระยะปลอดภัยหรือใกล้เพียงพอต่อการแจ้งเตือนให้คุณทราบ WA Notify จะแจ้งให้ทราบก็ต่อเมื่อคุณมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเท่านั้น การไม่ได้รับการแจ้งเตือนจึงเป็นเรื่องที่ดี

WA Notify มีให้บริการมากกว่า 30 ภาษา

WA Notify Flow Chart in Thai - Click to Read as PDF

ความเป็นส่วนตัวของฉันจะได้รับการปกป้องอย่างไร

WA Notify พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีการแจ้งเตือนผู้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อของ Google และ Apple ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้ปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แอปจะทำงานในพื้นหลังโดยไม่มีการรวบรวมหรือเปิดเผยตำแหน่งหรือข้อมูลส่วนตัวใด ๆ WA Notify สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องทราบตัวตนหรือตำแหน่งของคุณ โดยอาศัยการส่งบลูทูธเพียงเล็กน้อย จึงใช้งานแบตเตอรี่ของคุณไม่มากนัก

การใช้งานเครื่องมือเป็นไปตามความสมัครใจทั้งหมด ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะใช้หรือเลิกใช้เวลาใดก็ได้ หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้จะได้รับการปกป้องอย่างไร โปรดอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของ WA Notify

การแจ้งเตือนมีลักษณะอย่างไร

คุณอาจได้รับการแจ้งเตือน 2 ประเภทด้วยกัน ผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวกจะได้รับข้อความลิงก์ยืนยันและ/หรือการแจ้งเตือนแบบป๊อปอัป ผู้ใช้ WA Notify ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อจะ ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจ้งเตือนเหล่านี้และลักษณะของการแจ้งเตือน

WA Notify ช่วยอะไรได้บ้าง

จากการศึกษาพบว่า ยิ่งมีผู้ใช้การแจ้งเตือนผู้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากเท่าไร ยิ่งมีผลดีมากขึ้นเท่านั้น แบบจำลองที่ใช้ในเทศมณฑลสามแห่งของรัฐวอชิงตันแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้จะมีผู้ใช้ WA Notify จำนวนไม่มาก แต่ก็ช่วยลดการติดเชื้อและการเสียชีวิตลงได้ หากเราฉีดวัคซีนและสวมหน้ากาก ก็ช่วยลดโอกาสในการเสียชีวิตได้ WA Notify ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อีกระดับเมื่อเราเริ่มออกกลับไปใช้ชีวิตปกติ ซึ่งถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อให้คุณและคนรอบข้างตัวของคุณปลอดภัย

วิธีแจ้งเตือนผู้อื่น หากคุณได้ผลตรวจ COVID-19 เป็นบวกจากการตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง

ผู้ใช้ WA Notify ที่ใช้อุปกรณ์ตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง (หรือชุดตรวจที่บ้าน) และได้ผลตรวจ COVID-19 เป็นบวกสามารถขอรหัสยืนยันเพื่อแจ้งเตือนผู้อื่นแบบไม่ระบุตัวตนแก่ผู้ใช้ WA Notify รายอื่น ๆ ว่าพวกเขามีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ COVID-19

Apple logo

สำหรับ iPhone:

  • ไปที่ Settings (การตั้งค่า) และเปิด Exposure Notifications (ระบบแจ้งเตือนผู้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ)
  • เลือก “Share a COVID-19 Diagnosis (แชร์การวินิจฉัยผลตรวจCOVID-19”
  • เลือก “Continue” (ดำเนินการต่อ)
  • หากคุณเห็นตัวเลือกให้ใส่รหัส เลือก "Didn't get a code? Visit WA State Dept. of Health Website” (ไม่ได้รับรหัส ไปที่เว็บไซต์กรมอนามัยของรัฐวอชิงตัน) หากคุณไม่เห็นตัวเลือกให้ใส่รหัสของคุณ ให้ไปยังขั้นตอนต่อไป
  • ป้อนหมายเลขโทรศัพท์ของอุปกรณ์ที่คุณใช้แอป WA Notify และวันที่มีผลตรวจCOVID-19 ที่เป็นบวก
  • เลือก “Continue (ดำเนินการต่อ)”
Android logo

สำหรับโทรศัพท์ Android:

  • เปิดแอป WA Notify แล้วเลือก “Share your test result to help stop the spread of COVID-19 (แชร์ผลการทดสอบของคุณเพื่อช่วยหยุดการแพร่กระจายของเชื้อCOVID-19)”
  • เลือก “Continue (ดำเนินการต่อ)” จากนั้นเลือก “I need a code. (ฉันต้องการรหัส)”
  • ป้อนหมายเลขโทรศัพท์ของอุปกรณ์ที่คุณใช้แอป WA Notify และวันที่มีผลตรวจCOVID-19 ที่เป็นบวก
  • เลือก “Send Code (ส่งรหัส)”

สำหรับ Android หรือ iPhone ให้สแกน QR โค้ดหรือขอรหัสยืนยันหากคุณใช้อุปกรณ์พกพา

Image
For Android or iPhone, scan the QR code to notify others if you test positive for COVID-19 with a self-test

คุณจะได้รับการแจ้งเตือนแบบป๊อปอัปและข้อความตัวอักษรพร้อมลิงก์สำหรับการยืนยันของคุณ คุณเพียงแต่ต้องกดที่การแจ้งเตือนหรือคลิกลิงก์ในข้อความตัวอักษรเพื่อทำตามขั้นตอนใน WA Notify เพื่อแจ้งเตือนแบบไม่เปิดเผยตัวตนแก่ผู้ใช้รายอื่น ๆ ที่อาจสัมผัสกับเชื้อ

หากคุณไม่สามารถขอรหัสยืนยันในแอป WA Notify คุณ ควรโทรติดต่อสายด่วนCOVID-19 ของรัฐที่ 1-800-525-0127 แล้วกด # และแจ้งให้เจ้าหน้าที่สายด่วนทราบว่าคุณเป็นผู้ใช้แอป WA Notify เจ้าหน้าที่สายด่วนสามารถให้ลิงก์การตรวจสอบแก่คุณได้ ซึ่งคุณสามารถใช้เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้ WA Notify รายอื่นว่าพวกเขาอาจติดเชื้อได้

วิธีรายงานผลตรวจเชื้อ COVID-19 ที่เป็นบวกของคุณ

นอกจากใช้แอปพลิเคชัน WA Notify แล้ว ผู้ที่ใช้อุปกรณ์ตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง (หรือชุดตรวจที่บ้าน) และได้ผลตรวจ COVID-19 เป็นบวกสามารถรายงานผลบวกต่อ Department of Health (DOH, กรมอนามัย) ได้ด้วยเช่นกััน หากต้องการคำแนะนำล่าสุดเกี่ยวกับวิธีรายงานผลการตรวจเชื้อที่เป็นบวก ให้อ้างอิงจากเว็บไซต์การตรวจหาเชื้อ COVID-19 ของ DOH

รับอุปกรณ์ตรวจหาเชื้อด้วยตนเองได้ฟรีจาก Say Yes! COVID Test (มาตรวจ COVID กันเถอะ!)

อ่านคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากคลังข้อมูลของ DOH เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำหากคุณมีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก

โปรดทราบ: WA Notify เป็นเครื่องมือแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ ไม่ได้ออกแบบมาให้ผู้ใช้รายงานผลการตรวจหาเชื้อต่อ DOH ให้รายงานผลการตรวจหาเชื้อต่อ DOH นอกระบบแอปพลิเคชัน WA Notify

เหตุใดเราจึงจำเป็นต้องใช้ทั้งการติดตามผู้สัมผัสและ WA Notify

การติดตามผู้สัมผัสเป็นวิธีการทางสาธารณสุขที่ใช้ได้ผลมานานหลายทศวรรษ WA Notify ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานในด้านนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้ตัวตน ดังตัวอย่างต่อไปนี้: หากคุณมีผลตรวจเชื้อ COVID-19 เป็นบวก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาจโทรหาคุณและขอให้คุณให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่คุณอยู่ใกล้ชิดเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งคุณไม่สามารถระบุชื่อคนแปลกหน้าที่นั่งใกล้คุณบนรถประจำทางได้ แต่ถ้าคุณทั้งสองคนใช้ WA Notify คนแปลกหน้าบนรถประจำทางจะสามารถได้รับการแจ้งเตือนอย่างไม่เปิดเผยตัวตนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะสัมผัสเชื้อ เพื่อที่พวกเขาจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ COVID-19 ไปยังเพื่อนฝูงและครอบครัวของพวกเขา เหมือนกับการสวมหน้ากากและฉีดวัคซีน ซึ่งแต่ละวิธีต่างก็ช่วยป้องกันการแพร่เชื้อ COVID-19 และป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อทำวิธีต่าง ๆ ร่วมกัน

ฉันต้องเปิด WA Notify ไว้หรือไม่ หรือฉันสามารถปิดแอปได้แล้ว

เราแนะนำให้ทุกคนเปิดใช้งาน WA Notify บนโทรศัพท์ไว้และไม่ปิดการแจ้งเตือน WA Notify เป็นวิธีการง่าย ๆ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับคุณได้อีกระดับ เมื่อรัฐคลายมาตรการป้องกันและทุกคนเริ่มกลับออกมาใช้ชีวิตปกติ

ฉันยังต้องใช้ WA Notify อยู่อีกไหม หากฉีดวัคซีนแล้ว

ใช้! รัฐวอชิงตันยังต้องรับมือกับ COVID-19 ไปอีกระยะ เรายังคงศึกษาเกี่ยวกับไวรัสนี้อยู่ เช่น วัคซีนจะได้ผลอยู่นานเพียงใดและมีประสิทธิภาพแค่ไหนในการป้องกันเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่ ๆ แม้ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจะมีความเสี่ยงลดลง แต่เราทราบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนก็ยังมีโอกาสได้รับและส่งต่อเชื้อ COVID-19 ได้ นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ เราขอแนะนำให้ชาววอชิงตันทุกคนเปิดใช้งาน WA Notify บนโทรศัพท์ของตัวเอง เพื่อช่วยหยุดการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19

ต้องการช่วยเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ WA Notify (การแจ้งเตือน WA) หรือไม่

ลองดูชุดเครื่องมือ WA Notify ของเราสำหรับการส่งข้อความทางโซเชียลมีเดีย โปสเตอร์ ตัวอย่างโฆษณาทางวิทยุและโทรทัศน์ และอื่น ๆ นอกจากนี้ช่วยบอกเพื่อนและครอบครัวของคุณด้วย ยิ่งมีคนใช้ WA Notify เยอะเท่าไร ยิ่งช่วยปกป้องคุณและคนอื่น ๆ ในสังคมได้มากเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อยอื่นๆ

ฉันจะค้นหาวันที่ฉันเสี่ยงต่อการติดเชื้อจาก WA Notify ได้อย่างไร

สำหรับ iPhone:

  1. ไปที่ Settings (การตั้งค่า)
  2. เลือก Exposure Notifications (การแจ้งเตือนผู้มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ) หรือพิมพ์ Exposure Notifications (การแจ้งเตือนผู้มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ) ในแถบค้นหา
  3. วันที่โดยประมาณที่คุณเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อจะแสดงภายใต้ "You may have been exposed to COVID-19" (คุณอาจสัมผัสเชื้อ COVID-19)

สำหรับ Android:

  1. เปิดแอป WA Notify
  2. เลือก See Details (ดูรายละเอียด) ภายใต้ "Possible exposure reported" (รายงานความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ)
  3. วันที่โดยประมาณที่คุณเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อจะแสดงภายใต้ "Possible Exposure Date" (วันที่ที่เป็นไปได้ว่าสัมผัสเชื้อ)

ฉันได้รับการแจ้งเตือนและ/หรือข้อความจาก Department of Health (DOH, กรมอนามัยของรัฐวอชิงตัน) หรือกรมอนามัยของรัฐวอชิงตัน เพราะเหตุใด

DOH จะส่งข้อความและ/หรือการแจ้งเตือนแบบป๊อปอัปให้กับทุกคนที่เพิ่งเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อให้ผู้ใช้ WA Notify สามารแจ้งเตือนผู้ใช้คนอื่นๆ ถึงโอกาสเกิดความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อได้อย่างรวดเร็วและไม่มีการระบุตัวตน ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจ้งเตือนเหล่านี้และลักษณะของการแจ้งเตือน

หากคุณได้รับทั้งข้อความตัวอักษรและการแจ้งเตือน คุณเพียงแต่ต้องแตะการแจ้งเตือนหรือคลิกลิงก์ในข้อความตัวอักษรแล้วทำตามขั้นตอนใน WA Notify เพื่อแจ้งเตือนแบบไม่เปิดเผยตัวตนเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อแก่ผู้ใช้คนอื่น

ฉันได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการแจ้งข้อมูล WA Notify ของฉันแก่สาธารณสุข เพราะเหตุใด

DOH ต้องการทราบว่า WA Notify ทำงานได้มีประสิทธิภาพดีเพียงใดเพื่อให้เราสามารถพัฒนาเครื่องมือนี้ได้ตามความเหมาะสม หากคุณยินยอมที่จะแบ่งปันข้อมูล WA Notify ของคุณ ความเป็นส่วนตัวของคุณจะยังคงได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่ จะไม่มีการเก็บหรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ และไม่มีทางที่จะระบุตัวตนของคุณได้ เป็นข้อมูลในระดับรัฐเท่านั้นและมีเพียง DOH เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้

หากผู้ใช้แอป WA Notify ยินยอมแบ่งปันข้อมูล ระบบจะรวบรวมข้อมูลใดบ้าง

หากคุณยินยอมที่จะแบ่งปันข้อมูลของคุณ ความเป็นส่วนตัวของคุณจะยังคงได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่ จะไม่มีเก็บข้อมูลหรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ จึงไม่มีทางที่จะระบุตัวตนของคุณได้ มีเพียง DOH เท่านั้นที่สามารถดูข้อมูลในระดับรัฐนี้ได้ ซึ่งได้แก่:

  • จำนวนประชากรที่ยินยอมแบ่งปันข้อมูลจากแอป WA Notify เพื่อช่วยให้เราทราบว่าตัวอย่างของเราจะแสดงออกมาในลักษณะใด
  • จำนวน Exposure Notifications ที่ได้รับจากผู้ใช้งานผ่านแอป WA Notify เพื่อช่วยให้เราเห็นแนวโน้มของการแพร่เชื้อ COVID-19:
  • จำนวนประชากรที่คลิกเพื่อแจ้งเตือนว่าเป็นผู้สัมผัสเชื้อ เพื่อช่วยให้เราสำรวจว่าประชาชนเต็มใจที่จะรับคำแนะนำด้านสาธารณสุขมากน้อยเพียงใด
  • จำนวนประชากรที่อยู่ใกล้กับผู้ที่เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่มีผลเป็นบวก แต่ไม่ได้ใกล้ชิดมากพอหรือนานพอที่จะแจ้งว่าเป็นผู้สัมผัสเชื้อ เพื่อช่วยให้เราพิจารณาว่าควรปรับขั้นตอนวิธีที่กำหนดระดับการสัมผัสเชื้อในแอป WA Notify หรือไม่

เมื่อฉันเปิดใช้งานแอป WA Notify ในโทรศัพท์ iPhone ฉันควรเปิดหรือปิด “Availability Alerts (การใช้งานการแจ้งเตือน)”

คุณสามารถปิดไว้ได้ อย่างไรก็ตามเราแนะนำให้เปิดการแจ้งเตือนไว้หากคุณเดินทางออกนอกรัฐวอชิงตันเป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน หากเปิดใช้งาน Availability Alerts (การแจ้งเตือนจากแอปที่คล้ายกัน) ไว้ คุณสามารถได้รับการแจ้งเตือนเมื่อคุณเดินทางไปยังสถานที่ที่มีเทคโนโลยีการแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อซึ่งคล้ายกับ WA Notify หากคุณเป็นผู้ใช้ iPhone คุณสามารถเลือกรับการแจ้งเตือนได้จากหลายภูมิภาค แต่เลือกได้ครั้งละหนึ่งภูมิภาคเท่านั้น คุณไม่จำเป็นต้องลบภูมิภาคเก่าออกเพื่อเปิดใช้ภูมิภาคใหม่ หากคุณเป็นผู้ใช้ Android คุณสามารถติดตั้งแอปที่แจ้งเตือนความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อเหมือน WA Notify ได้จากหลาย ๆ รัฐ เพียงแต่จะเปิดใช้งานแอปซึ่งมีเทคโนโลยีเหมือนกับ WA Notify ไว้ได้เพียงครั้งละหนึ่งแอป

ฉันมีสิทธิ์เลือกที่จะใช้หรือไม่ใช้แอป WA Notify ใช่หรือไม่

ใช่ การใช้ WA Notify ไม่มีค่าใช้จ่ายและเป็นไปโดยสมัครใจ คุณสามารถเลิกใช้งานได้ทุกเมื่อ เพียงแค่ปิดคุณสมบัตินี้ใน iPhone หรือลบแอปนี้ออกจากโทรศัพท์ Android หากคุณเลิกใช้งาน รหัสสุ่มทั้งหมดจากผู้ใช้รายอื่นในบริเวณใกล้เคียงที่โทรศัพท์ได้รับมาเก็บไว้จะถูกลบและไม่สามารถกู้คืนได้

WA Notify เป็นแอปติดตามผู้สัมผัสใช่หรือไม่

ไม่ใช่ WA Notify ไม่ได้ติดตามหรือแกะรอยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่คุณอยู่ใกล้ จึงไม่มีการ "ติดตามผู้สัมผัส" การติดตามผู้สัมผัสจะระบุตัวตนของผู้มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อจากผู้ที่มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก เครื่องมือนี้ไม่รวบรวมหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวใด ๆ จึงไม่ทางระบุได้ว่าคุณได้รับความเสี่ยงจากใคร

"การสัมผัสเชื้อ" คืออะไร

การสัมผัสเชื้อเกิดขึ้นเมื่อคุณใช้เวลาอยู่ใกล้กับผู้ใช้ WA Notify อีกคนหนึ่งเป็นเวลามากพอ แล้วต่อมาบุคคลนั้นมีผลการตรวจ COVID-19 เป็นบวก ซึ่งเป็นไปตามคำแนะนำจาก Centers for Disease Control and Prevention (CDC, ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค) (ภาษาอังกฤษเท่านั้น) เกี่ยวกับการเว้นระยะห่างจากผู้อื่นและการแพร่เชื้อ COVID-19 ในการประมาณการสัมผัสเชื้อนั้น WA Notify จะใช้อัลกอริทึมหาการติดต่อกันอย่างใกล้ชิดตามคำนิยามของ CDC คืออยู่ใกล้กันประมาณ 6 ฟุต (2 เมตร) เป็นเวลาประมาณ 15 นาทีหรือมากกว่านั้น ในระยะเวลา 24 ชั่วโมงที่พวกเขาสามารถแพร่เชื้อได้ อัลกอริทึมนี้สามารถถูกปรับเปลี่ยนได้โดยหน่วยงานสาธารณสุข

จะเกิดอะไรขึ้นหากแอป WA Notify แจ้งว่าฉันอาจสัมผัสเชื้อ

หากแอป WA Notify ตรวจพบว่าคุณอาจสัมผัสเชื้อ การแจ้งเตือนในโทรศัพท์จะนำคุณไปยังเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนถัดไปที่คุณควรปฏิบัติตาม ซึ่งรวมถึงวิธีการตรวจและสถานที่ตรวจ ข้อควรปฏิบัติเพื่อดูแลตัวคุณเองและผู้ที่อยู่ใกล้คุณให้ปลอดภัย รวมถึงแหล่งข้อมูลที่จะช่วยตอบคำถามต่างๆ ของคุณ สิ่งสำคัญก็คือ คุณจะต้องอ่านและปฏิบัติตามคำแนะนำบนเว็บไซต์อย่างรอบคอบ

คนอื่นๆ จะทราบว่าฉันมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวกหรือไม่

ไม่ WA Notify ไม่แบ่งปันข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับตัวคุณให้กับใครก็ตาม เมื่อมีคนได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อ พวกเขาจะทราบแค่เพียงว่าใครบางคนที่พวกเขาอยู่ใกล้เมื่อไม่นานมานี้ มีผลตรวจ COVID-19 เป็นบวก พวกเขาไม่อาจทราบได้ว่าเป็นบุคคลใดหรือการสัมผัสเชื้อเกิดขึ้นที่ใด

ฉันต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใช้แอป WA Notify หรือไม่

ไม่ WA Notify เป็นแอปฟรี

แอป WA Notify จะช่วยรัฐวอชิงตันได้อย่างไร

จากการศึกษาของ University of Washington (ภาษาอังกฤษเท่านั้น) พบว่า ยิ่งมีผู้ใช้การแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อมากเท่าไร ก็ยิ่งมีประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า WA Notify ช่วยชีวิตคนได้ประมาณ 40 ถึง 115 คน และน่าจะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของ COVID-19 ไปประมาณ 5,500 ราย ในช่วงสี่เดือนแรกที่เริ่มใช้งาน แบบจำลองข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ถึงจะมีผู้ใช้ WA Notify จำนวนไม่มาก แต่ก็ช่วยลดการติดเชื้อ COVID-19 และการเสียชีวิตลงได้ เป็นการพิสูจน์ว่า WA Notify เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19

หากฉันเดินทางออกนอกรัฐ แอป WA Notify ยังคงใช้งานได้หรือไม่

ได้ หากคุณเดินทางไปยังรัฐที่มีแอปซึ่งใช้เทคโนโลยี Google หรือ Apple เดียวกัน โทรศัพท์ของคุณจะยังคงแลกเปลี่ยนรหัสแบบสุ่มกับผู้ใช้ในรัฐนั้นได้ต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าใด ๆ ในสมาร์ทโฟนของคุณ แต่ถ้าคุณไม่อยู่ในรัฐวอชิงตันเป็นเวลานาน คุณควรพิจารณาตัวเลือกอื่น ๆ ในรัฐใหม่ของคุณ เพื่อรับความช่วยเหลือและการแจ้งเตือนจากในท้องที่

แอป WA Notify ใช้เวลานานเท่าใดในการแจ้งเตือนผู้ใช้รายอื่นๆ

ผู้ใช้ที่อาจได้สัมผัสเชื้อโควิด-19 จากผู้ใช้รายอื่นจะได้รับการแจ้งเตือนภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากที่ผู้ใช้ที่มีผลตรวจโควิดเป็นบวกทำตามขั้นตอนในแอป WA Notify เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้แอป WA Notify คนอื่นๆ แบบไม่ระบุตัวตน

เป็นไปได้หรือไม่ที่จะได้รับการแจ้งเตือนหลายรายการจากแอป WA Notify

ผู้ใช้ที่มีผลตรวจเป็นบวกอาจได้รับทั้งการแจ้งเตือนแบบป๊อปอัปและข้อความตัวอักษร ผู้ใช้ที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อหลายครั้งจะได้รับการแจ้งเตือนจากความเสี่ยงทุกครั้ง

หากผลตรวจโควิดของฉันเป็นบวก ฉันจะแจ้งให้แอป WA Notify ทราบได้อย่างไร

หากคุณมีผลตรวจเป็นบวก และเจ้าหน้าที่จาก DOH หรือหน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ของคุณติดต่อหาคุณ พวกเขาจะถามว่าคุณกำลังใช้ WA Notify อยู่หรือไม่ หากคุณใช้อยู่ เจ้าหน้าที่จะส่งลิงก์ยืนยันและ/หรือการแจ้งเตือนให้กับคุณ แล้วช่วยคุณทำตามขั้นตอนการแจ้งเตือนลงใน WA Notify ลิงก์หรือการแจ้งเตือนดังกล่าวจะไม่เชื่อมโยงกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ DOH จะส่งข้อความตัวอักษรและ/หรือการแจ้งเตือนแบบป๊อปอัปไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลที่เพิ่งตรวจ COVID-19 ได้ผลเป็นบวกด้วย

DOH ไม่สามารถรู้ได้ว่าใครจะได้รับการแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อจาก WA Notify เมื่อคุณทำตามขั้นตอน การแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อจะไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับคุณ ยิ่งมีการยืนยันผลการตรวจหาเชื้อแบบไม่เปิดเผยตัวตนผ่าน WA Notify มากเท่าไร เราก็ยิ่งป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้มากขึ้นเท่านั้น

หากคุณมีผลตรวจเป็นบวกและยังคงต้องยืนยันผลการตรวจแบบไม่เปิดเผยตัวตนใน WA Notify สามารถดู “วิธีแจ้งผู้อื่นหากคุณได้ผลตรวจ COVID-19 เป็นบวกจากการตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง” ในหัวข้อด้านบนของหน้านี้สำหรับขั้นตอนในการขอรหัสยืนยันเพื่อแจ้งเตือนแบบไม่เปิดเผยตัวตนต่อผู้ใช้ WA Notify รายอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ

มีสิ่งใดที่ฉันจำเป็นต้องทำหลังจากที่ติดตั้งแอป WA Notify ลงในโทรศัพท์ของฉันหรือไม่

คุณจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมเฉพาะในกรณีที่:

  1. คุณมีผลตรวจCOVID-19 เป็นบวก หรือ
  2. คุณได้รับการแจ้งเตือนว่าคุณอาจสัมผัสเชื้อมาแล้ว

หากคุณมีผลตรวจเป็นบวก และเจ้าหน้าที่จาก DOH หรือหน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ของคุณติดต่อหาคุณ พวกเขาจะถามว่าคุณกำลังใช้ WA Notify อยู่หรือไม่ หากคุณใช้อยู่ เจ้าหน้าที่จะส่งลิงก์ยืนยันและ/หรือการแจ้งเตือนให้กับคุณ แล้วช่วยคุณทำตามขั้นตอนการแจ้งเตือนลงใน WA Notify ลิงก์หรือการแจ้งเตือนดังกล่าวจะไม่เชื่อมโยงกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ DOH ไม่สามารถรู้ได้ว่าใครจะได้รับการแจ้งเตือนจากแอปเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อ การแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อจะไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับคุณ ยิ่งมีการยืนยันผลการตรวจหาเชื้อแบบไม่เปิดเผยตัวตนผ่าน WA Notify มากเท่าไร เราก็ยิ่งป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้มากขึ้นเท่านั้น

หากคุณมีผลตรวจเป็นบวกและต้องการรหัสยืนยัน สามารถดู “วิธีแจ้งผู้อื่นหากคุณได้ผลตรวจ COVID-19 เป็นบวกจากการตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง” ในหัวข้อด้านบนของหน้านี้สำหรับขั้นตอนในการขอรหัสยืนยันเพื่อแจ้งเตือนแบบไม่เปิดเผยตัวตนต่อผู้ใช้ WA Notify รายอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ

การใช้แอป WA Notify จะทำให้แบตเตอรี่ของฉันหมดอย่างรวดเร็วหรือใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากหรือไม่ไม่

แอปออกแบบมาให้มีผลกระทบน้อยที่สุดต่ออินเทอร์เน็ตและพลังงานแบตเตอรี่โดยใช้เทคโนโลยี Bluetooth Low Energy

เหตุใดจึงดูเหมือนว่า WA Notify ใช้แบตเตอรี่สูงมาก

ที่จริงแล้ว อาจจะไม่ใช่อย่างที่เห็น การใช้งานแบตเตอรี่บนอุปกรณ์ของคุณจะแสดงเปอร์เซ็นต์ของแอปที่ถูกใช้ต่อแบตเตอรี่ทั้งหมดที่ใช้ในแต่ละวัน ซึ่ง WA Notify ก็รวมอยู่ในนั้น แอปและอุปกรณ์ส่วนใหญ่ไม่ทำงานข้ามคืน WA Notify ก็เช่นกัน เพียงแต่จะตรวจสอบรหัสแบบสุ่มทุกสองถึงสามชั่วโมงโดยจับคู่กับผู้ใช้งานที่มีผลตรวจเชื้อเป็นบวก เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนได้หากคุณมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ ตัวอย่างเช่น หากไม่มีแอปอื่นใดทำงานในระหว่างที่คุณนอนหลับ WA Notify ก็จะเป็นแอปที่ใช้งานแบตเตอรี่มากที่สุดในช่วงเวลานั้น ซึ่งไม่ได้หมายความว่า WA Notify ใช้ปริมาณแบตเตอรี่สูง เพียงแต่เป็นแอปที่ทำงานอยู่มากที่สุดในขณะที่ทั้งเครื่องมีการใช้ปริมาณแบตเตอรี่เพียงเล็กน้อย

ฉันต้องเปิดบลูทูธไว้ตลอดเวลาเพื่อให้แอป WA Notify ทำงานได้ใช่หรือไม่

ใช่ แอป WA Notify ใช้ Bluetooth Low Energy คุณจึงต้องเปิดบลูทูธไว้ตลอดเวลาเพื่อให้ระบบตรวจจับผู้ใช้รายอื่นที่อยู่ใกล้เคียง

ฉันจะต้องเปิดแอป WA Notify บนโทรศัพท์เพื่อให้แอปทำงานหรือไม่

ไม่จำเป็น แอป WA Notify จะทำงานอยู่เบื้องหลัง

แอป WA Notify รองรับผู้ใช้งานบนสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าหรือไม่

ผู้ใช้ iPhone สามารถใช้แอป WA Notify ได้หากระบบปฏิบัติการโทรศัพท์ของคุณคือ:

  • มี iOS เวอร์ชัน 13.7 ขึ้นไป (สำหรับ iPhone 6s, 6s Plus, SE หรือรุ่นใหม่กว่า)

  • มี iOS เวอร์ชัน 12.5 (สำหรับ iPhone 6, 6 plus, 5s)

ผู้ใช้แอนดรอยด์สามารถใช้แอป WA Notify หากสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ของคุณรองรับ Bluetooth Low Energy และแอนดรอยด์เวอร์ชัน 6 (API 23) ขึ้นไป

ฉันต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปจึงจะสามารถใช้แอป WA Notiy ใช่หรือไม่

ไม่ใช่ แอป WA Notify ไม่ทราบและไม่ตรวจสอบอายุของคุณ

เทคโนโลยีนี้จะใช้งานได้หรือไม่หากฉันใช้โทรศัพท์ร่วมกับคนอื่น

แอป WA Notify ไม่สามารถบอกได้ว่าใครกำลังใช้งานโทรศัพท์อยู่ในขณะที่อาจเกิดการสัมผัสเชื้อ หากคุณใช้โทรศัพท์ร่วมกัน ทุกคนที่ใช้โทรศัพท์เครื่องนั้นจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุข หากแอป WA Notify ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสัมผัสเชื้อโควิด-19

ฉันได้รับการแจ้งเตือนและ/หรือข้อความตัวอักษร แต่บุคคลที่ได้รับการตรวจเป็นสมาชิกในครอบครัวหรือครัวเรือน ฉันควรทำอย่างไร

ผู้ใช้ WA Notify ที่ผลตรวจเป็นบวกควรทำตามขั้นตอนในการแจ้งเตือนแบบไม่เปิดเผยตัวตนแก่ผู้อื่นที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ ดังนั้นคุณไม่ต้องสนใจข้อความหรือการแจ้งเตือนใด ๆ ที่ไม่ได้ส่งถึงคุณ

หากครอบครัวหรือสมาชิกในครัวเรือนของคุณเป็นผู้ใช้ WA Notify ซึ่งมีผลตรวจเป็นบวก และยังคงต้องการยืนยันผลใน WA Notify พวกเขาสามารถทำตามขั้นตอนในหัวข้อ "วิธีแจ้งผู้อื่นหากคุณได้ผลตรวจ COVID-19 เป็นบวกจากการตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง" ของหน้านี้

แอป WA Notify สามารถใช้กับอุปกรณ์ต่างๆ อย่าง iPad หรือนาฬิกาอัจฉริยะได้หรือไม่

ไม่ได้ ระบบการแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อได้รับการออกแบบมาให้ใช้กับสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ และไม่รองรับการใช้งานบน iPad หรือแท็บเล็ต

สำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน รัฐวอชิงตันจะช่วยอะไรได้บ้างเพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนี้

แอป WA Notify ไม่ใช่เครื่องมือเพียงอย่างเดียวที่ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เรายังมีการติดตามผู้สัมผัสและความพยายามในด้านอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อพลเมืองของรัฐวอชิงตันทุกคน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีสมาร์ทโฟนก็ตาม วัคซีนเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างจากผู้อื่น และการจำกัดขนาดของการรวมกลุ่มก็เป็นวิธีการที่ทุกคนสามารถช่วยหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้

Lifeline Program (โปรแกรมช่วยค่าครองชีพ) ของรัฐบาลกลางจะมอบเครดิตค่าโทรศัพท์รายเดือนให้กับผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายที่เข้าร่วมบางรายอาจมอบสมาร์ทโฟนให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม ผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ วิธีสมัคร และผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายที่เข้าร่วม (เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)

วอชิงตันได้เผยแพร่แอป WA Notify ทั้งหมด 30 ภาษา แต่ทำไมฉันเห็นเนื้อหาเฉพาะภาษาอังกฤษและภาษาสเปนบนแอป Google Play Store เท่านั้น

WA Notify ให้บริการขึ้นอยู่กับภาษาที่ตั้งเป็นค่าเริ่มต้นบนโทรศัพท์ของผู้ใช้งาน WA Notify มีเพียงเวอร์ชันเดียว แต่ป๊อปอัปใด ๆ อาทิ การแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ จะปรากฏในภาษาที่ผู้ใช้แสดงความต้องการไว้ ซึ่งเป็นได้มากกว่า 30 ภาษา

ฉันมีเวลานานเท่าใดในการแตะที่การแจ้งเตือนหรือเปิดใช้งานลิงก์ยืนยัน

คุณมีเวลา 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับการแจ้งเตือนหรือข้อความตัวอักษรในการทำตามขั้นตอนเพื่อแจ้งผู้อื่นใน WA Notify หากคุณไม่สามารถแตะที่การแจ้งเตือนหรือคลิกลิงก์ยืนยันได้ภายในเวลาดังกล่าว คุณสามารถขอรหัสยืนยันใน WA Notify ได้โดยทำตามขั้นตอนในหัวข้อ "วิธีแจ้งผู้อื่นหากคุณได้ผลตรวจ COVID-19 เป็นบวกจากการตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง" ที่ด้านบนของหน้านี้ คุณยังสามารถขอลิงก์ยืนยันได้เมื่อมีเจ้าหน้าที่จาก DOH หรือหน่วยงานด้านสุขภาพในพื้นที่ของคุณติดต่อคุณเกี่ยวกับผลการตรวจ COVID-19 ของคุณ

เหตุใดรัฐวอชิงตันจึงเลือกใช้แอปนี้รัฐวอชิงตันได้จัดตั้งกลุ่มเฝ้าดูแลประจำรัฐ

รัฐวอชิงตันได้จัดตั้งกลุ่มกำกับดูแลรัฐขึ้น ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเสรีภาพและความปลอดภัยของพลเมือง รวมถึงสมาชิกจากหลากหลายชุมชน เพื่อตรวจสอบระบบการแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อการติดเชื้อของ Google และ Apple ทางกลุ่มได้แนะนำให้นำเครื่องมือนี้มาใช้ เนื่องจากว่าผู้ให้บริการได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ มีการปกป้องข้อมูลที่รัดกุม และมีการใช้งานในรัฐอื่น ๆ